รู้ใว้ใช่ว่า เกี่ยวกับความปลอดภัย...การใช้แท็บเล็ต

พิมพ์
Category หลัก: ข่าวสารงานสถิติและกิจกรรม
อัพเดตล่าสุดเมือ วันอังคาร, ๐๘ กรกฎาคม ๒๕๕๗ เขียนโดย admin

เกี่ยวกับความปลอดภัย

ข้อควรระวังในการใช้งานแท็บเล็ต เพื่อการใช้งานที่ปลอดภัย

***ขอให้ท่านได้อ่านและทำความเข้าใจในสิ่งที่แนะนำนี้ เพื่อความปลอดภัย และเพื่อการใช้เครื่องแท็บเล็ตอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด

ข้อควรระวัง

  1. ปิดอุปกรณ์ในบริเวณที่เสี่ยงต่อการระเบิดได้ง่าย
  2. ไม่ควรใช้เครื่องแท็บเล็ตในสถานที่ ที่กำลังเกิดไฟไหม้
  3. หลีกเลี่ยงการใช้แท็บเล็ตในสภาวะแวดล้อมที่เย็นจัด , ร้อนจัด, ชื้น หรือแห้ง
  4. หากมีการตกหล่นจะสร้างความเสียหายอย่างมากกับตัวเครื่องและหน้าจอ
  5. กรุณาไม่ปิดเครื่อง หรือปิด WIFI ในขณะที่ ฟอร์แมท , ดาวน์โหลด หรือ อัพโหลดข้อมูล เนื่องจากอาจทำให้โปรแกรมเกิดข้อผิดพลาดได้
  6. ควรทำการสำรองข้อมูลที่สำคัญของท่านไว้ในอุปกรณ์อื่นที่เหมาะสม
  7. ใช้โปรแกรมจัดการไฟล์ที่มากับตัวเครื่องเท่านั้นในขณะ คัดลอก ย้ายหรือลบไฟล์ข้อมูล ระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์กับเครื่องแท็บเล็ต
  8. ห้ามใช้เครื่องแท็บเล็ตในขณะที่ขับขี่ยานพาหนะหรือเดินบนถนน เพราะอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้
  9. กรุณาไม่ซ่อมหรือแกะตัวเครื่องด้วยตัวเอง หากพบปัญหาให้แจงศูนย์บริการ ควรรับบริการ ซ่อม แก้ไข หรือติดตั้งจากเจ้าหน้าที่ ที่มีความชำนาญผ่านการฝึกอบรม หรือได้รับรองจากบริษัทเท่านั้น
  10. เครื่องแท็บเล็ตไม่ใช่อุปกรณ์ที่กันน้ำได้ ควรเก็บไว้ในสถานที่แห้ง
  11. ไม่ควรเก็บเครื่องแท็บเล็ตไว้ในบริเวณที่ถูกแสงแดดโดยตรง หรือมีอุณหภูมิสูง หรือมีความชื้นสูง หรือมีฝุ่นละอองมาก
  12. ห้ามใช้สาร เช่น แอลกอฮอร์ ทินเนอร์ หรือเบนซิน ทำการเช็ดล้างเครื่อง
  13. ฟังก์ชั่นการใช้งานอาจมีการเปลี่ยนแปลงเนื่องจากการปรับปรุง
  14. ไม่ควรปรับ หรือตั้งค่า วัน/เดือน/ปี/เวลา ย้อนหลังหรือก่อนหน้า เพราะจะทำให้ฟังก์ชั่น หรือแอพพลิเคชั่นทำงานไม่สมบูรณ์ เช่น การปรับปรุงหรืออัพเดท

ป้องกันการรับเสียงและหูของคุณเมื่อใช้งานหูฟัง

  1. การรับฟังเสียงที่ดังเกินไปอาจเป็นอันตรายต่อการได้ยินของคุณ
  2. ควรลดระดับเสียงลงอยู่เสมอก่อนที่จะเสียบหูฟังให้แหล่งที่มาของเสียง และใช้การตั้งค่าระดับเสียงต่ำสุดเท่าที่จำเป็นในการรับฟังการสนทนาหรือเพลง
  3. ในสภาพอากาศแห้ง อาจเกิดไฟฟ้าสถิตขึ้นที่หูฟัง ให้หลีกเลี่ยงการใช้งานหูฟังในสภาพอากาศที่แห้งหรือใช้วัตถุที่เป็นโลหะเพื่อคายประจุไฟฟ้าสถิตก่อนเชื่อมต่อหูฟังเข้ากับอุปกรณ์

ใช้ความระมัดระวังขณะใช้อุปกรณ์ระหว่างเดินหรือเคลื่อนที่

  1. ไม่ควรใส่แท็บเล็ตไว้ที่กระเป๋าหลังหรือรอบเอวคุณอาจได้รับบาดเจ็บหรือทำให้อุปกรณ์เสียหายหากคุณล้มลง
  2. ห้ามโยน หรือทิ้งเครื่องหล่นลงพื้น หรือกระแทกเพราะอาจทำเครื่องแตกและแบตเตอรี่เสียหาย

***กรุณาชาร์ตแบตเตอรี่เมื่อ***

  1. ไอคอนแบตเตอรี่เตือนว่าแบตเตอรี่ต่ำ 15 % โดยประมาณ
  2. เครื่องแท็บเล็ตปิดตัวเองอัตโนมัติ และไม่สามารถเปิดได้อีกครั้งเมื่อกดปุ่มเปิดเครื่อง
  3. ไม่ตอบสนองการทำงานใดๆเมื่อกดปุ่มหรือสัมผัสบนหน้าจอ

ข้อสำคัญจำเป็นต้องอ่านในการใช้งานแบตเตอรี่ของเครื่องแท็บเล็ต

ข้อควรทราบ ในการใช้งานแบตเตอรี่ของเครื่องแท็บเล็ต ไม่ควรจะใช้งานแบตเตอรี่ของเครื่องแท็บเล็ต จนเหลือ 0 % เพราะแบตเตอรี่ภายในเครื่องอาจจะไม่สามารถ ชาร์ตไฟฟ้าเข้าได้หรือเกิดการเสื่อมและเสียได้เร็วขึ้น ระหว่าง การปฏิบัติหน้าที่ในการสำรวจ หรือการใช้งานที่บ้าน ไม่ควร เปิดเครื่องใช้งานในขณะที่ชาร์ตแบตเตอรี่ของเครื่องแท็บเล็ต ทั้งนี้ ไม่ได้เกี่ยวกับประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ภายในเครื่องแท็บเล็ตแต่อย่างใด แต่เป็นเรื่องปกติของแบต Lithium ทั่วไป ซึ่งถ้าใช้จนไฟหมดเป็นเวลานานแบตเตอรี่จะเสีย ไม่สามารถชาร์ตไฟได้อีก

สรุปคำแนะนำสั้นๆ สำหรับแบตเตอรี่ Lithium ดังนี้

  1. พยายามหลีกเลี่ยงการใช้แบตเตอรี่จนหมดแล้วค่อยชาร์ต เพื่อป้องกันไม่ให้เกิด Discharge Rate ในอัตราที่สูง (ใช้ไฟเยอะในเวลาอันสั้น) ซึ่งจะทำให้แบตเตอรี่เสื่อมเร็ว เช่น กรณีที่ต้องการใช้งานเครื่องหนักๆ ก็ควรใช้แค่ช่วงเวลาไม่นาน และไม่ควรใช้จนแบตหมด ถ้าเลี่ยงไม่ได้จริงๆให้หาโอกาสชาร์ตไฟเป็นระยะๆ จะช่วยป้องกันไม่ให้เกิด Discharge Rate ในอัตราที่สูงได้ 
    และที่สำคัญที่สุดคือการชาร์ตบ่อยๆ จะช่วยป้องกันการลืมชาร์ตไฟ ซึ่งถ้าหากปล่อยให้แบต Lithium ไฟหมดเป็นเวลานานแบตจะเสีย ไม่สามารถชาร์ตไฟได้อีก
  2. ระลึกไว้เสมอว่าแบตฯแบบ Lithium ความร้อนมีผลต่อการเสื่อมมากกว่ารูปแบบการชาร์ต ดังนั้นพยายามดูแลอย่าให้แบตฯร้อน จะได้ผลดีกว่ามัวกังวลเรื่องชาร์ตบ่อย ชาร์ตมาก ชาร์ตน้อย
  3. เก็บแบตเตอรี่ไว้ในที่เย็นๆ จะช่วยให้แบตเตอรี่เสื่อมช้าลง ไม่ควรเก็บเครื่องแท็บเล็ตไว้ในรถที่จอดตากแดด
  4. ถ้าจำเป็นจะต้องเก็บแบตไว้เป็นเวลานาน โดยไม่ได้ใช้งาน ให้ชาร์ตไฟไว้ที่ประมาณ 40% ของความจุ แล้วเก็บไว้ในที่เย็นๆ จะช่วยยืดอายุการใช้งานได้
  5. ไม่ควรเก็บเครื่องแท็บเล็ตเป็นเวลานานโดยไม่ได้ชาร์ตไฟ ดังนั้นถ้าเก็บไว้นานโดยไม่ใช่มันก็จะเสื่อมไปเองได้
  6. ไม่ควรใช้งานเครื่องแท็บเล็ต ขณะที่ทำการชาร์ตแบตเตอรี่

วิธีการใช้งานเครื่องแท็บเล็ต

ในการใช้งานครั้งแรกให้ทำการชาร์จแบตเตอรี่จนเต็ม หากไม่มีการใช้งานแท็บเล็ตเป็นเวลานาน จะทำให้ระยะในการชาร์จจนเต็มมากขึ้น (ประมาณ 8 ชั่วโมง) ไม่ควรใช้งานแบตเตอรี่จนหมด  หรือใช้งานในขณะชาร์จ เพราะอาจเป็นผลให้จอ LCD หรือแบตเตอรี่เกิดการเสื่อมสภาพเร็วขึ้น ควรทำการชาร์จทันที่ที่มีการเตือนแบตเตอรี่ต่ำ 5% เพื่อหลีกเลี่ยงการชาร์จไม่เข้า และต้องส่งมากระตุ้นแบตเตอรี่ที่ศูนย์บริการ

การใช้งานที่ผิดวิธีอาจทำให้เกิดอันตรายจากแบตเตอรี่ระเบิดหรือเกิดเพลิงไหม้ได้ ไม่ควรทำการถอดประกอบ แยกชิ้นส่วนแท็บเล็ตเอง ไม่ควรวางแท็บเล็ตไว้ในสถานที่ที่ร้อน หรือมีแดดจ้า เช่น วางไว้ในรถและปิดกระจก

ไม่ควรชาร์จแบตเตอรี่ด้วยอุปกรณ์ที่ไม่ได้ทีมาพร้อมกับเครื่อง หรือ ชาร์จจากแหล่งให้กำเนิดไฟฟ้าที่มีขนาดไม่เหมาะสมตามที่แสดงบนอุปกรณ์ชาร์จ เนื่องจากอาจทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจร และอุปกรณ์เสียหายได้

หมายเหตุ

- เครื่องแท็บเล็ตใหม่อาจไม่มีแบตเตอรี่ หรือไม่ได้รับการชาร์จมาก่อนถึงมือลูกค้า

- การชารจ์แบตเตอรี่ควรทำการชาร์จในบริเวณที่มีอุณหภูมิ 5-40 องศา

- หากไม่มีการใช้งานแท็บเล็ตเป็นเวลานาน  ควรทำการชาร์จแบตเตอรี่จนเต็มทุกๆ 2-3 เดือน

การแสดงผล ในขณะชาร์จ ที่หน้าจอแท็บเล็ตจะแสดงภาพเคลื่อนไหวการชาร์จของแบตเตอรี่  เมื่อชาร์จเต็มภาพจะหยุเคลื่อนไหว  สามารถตรวจสอบสถานการณ์ชาร์จโดยกดปุ่มเปิด/ปิด เบาๆ 1 ครั้ง

วิธีการแก้ไขปัญหาเบื้องต้น

หากอุปกรณ์มีปัญหา  ให้ทำการตรวจสอบรายละเอียดอาการเบื้องต้นจากตาราง  หากได้พบหรือไม่สามารถแก้ปัญหาได้  ให้ติดต่อศูนย์บริการเพื่อส่งเครื่องซ่อม

ปัญหา

วิธีการแก้ปัญหา

เปิดเครื่องแท็บเล็ตไม่ได้

- ตรวจให้แน่ใจว่าแท็บเล็ตมีแบตเตอรี่เพียงพอ หรือให้ทำการชาร์จเพื่อกระตุ้นแบตเตอรี่ 3-4 ชั่วโมง หากยังไม่สามารถเปิดได้ให้ชาร์จต่อ ถึง 8 ชั่วโมง

ปุ่มไม่ทำงาน

ปิดและเปิดเครื่องใหม่อีกครั้ง

ส่งไฟล์ระหว่างเครื่องแท็บเล็ตกับคอมพิวเตอร์ไม่ได้

-ตรวจสอบให้มั่นใจว่าเปิดการใช้งานที่เก็บข้อมูลในเครื่องแท็บเล็ตแล้ว

-ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเครื่องคอมพิวเตอร์รองรับการเชื่อมต่อจากอุปกรณ์ภายนอก

-ตรวจสอบสาย USB ว่าเชื่อมต่อดีหรือไม่ หรือลองเปลี่ยนสาย

-ตรวจสอบให้แน่ใจว่า  การ์ดเมมโมรี่หรือเครื่องคอมพิวเตอร์ยังมีพื้นทีว่างสำหรับการเคลื่อนย้ายข้อมูล

ไม่มีเสียง

-ตรวจสอบระดับเสียง

-ตรวจสอบให้มันใจว่า หูฟังถูกเสียบกับเครื่องถูกต้องแล้ว

คุณภาพเสียงไม่ดี

-ทดสอบฟังไฟล์เดียวกันบนเครื่องคอมพิวเตอร์หากมีคุณภาพต่ำเช่นเดียวกันให้ทำการดาวน์โหลดใหม่

-ตรวจสอบ  bit rate ของไฟล์ว่าต่ำเกินไปหรือไม่  ค่าที่แนะนำคือ 128 kbps สำหรับ MP3 และ 96 kbps สำหรับ WMA

-พยายามให้มั่นใจว่า  หูฟังถูกเสียบกับเครื่องอย่างถูกต้องแล้ว

ผู้จัดทำ/รวบรวม : นายอภินันท์  ประวันไหว้



joomla counter